[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by CAISTUDIO.INFO >>คลังสื่อ CAI

สมุดเซ็นเยี่ยม  
ฟรี ภาพประกอบสื่อการสอน  
รวม Link ดาวน์โหลดน่าสนใจ  
เว็บเพื่อนบ้าน  
คู่มือส่วนของสมาชิก  
คู่มือใช้งานกระดานถาม-ตอบ  
สำหรับสมาชิก Login เข้าระบบ
   
ชื่อผู้ใช้ :
 
รหัสผ่าน :
 
  ล็อคอินแบบถาวร
 
 
   
 
<< กรกฏาคม 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

Admin ผู้ดูแลระบบ

5 สมาชิกล่าสุดจาก 39336 ท่าน
คุณ : chanya14
คุณ : Ekkasit34
คุณ : Khetthapoom
คุณ : saowalak.ms
คุณ : JuRa

  สำนักเทคโนโลยีเพื่อ
การเรียนการสอน
  ดูเว็บดีดอทคอม
  สารานุกรมสำหรับเยาวชน
  OฺBEC LMS
  Pil Obec
  E-BOOK
  สหวิชาดอทคอม
  Skoool.th
  ภาษาไทย ภาษาทอง
  ศูนย์รวมสื่อ
  ห้องเรียนทันข่าว
 

นวัตกรรมทางการศึกษา

 

WBI เรื่องอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

 

เว็บไซต์เครือข่ายสังคม
ออนไลน์ ครูอภิวัฒน์

 

บทเรียนออนไลน์
ครูอัมพร

 

เครือข่ายการเรียนคณิตศาสตร์
ครูเกรียงไกร มาตรมูล

 

พัฒนาศักยภาพด้านคณิตศาสตร์
ครูเเสถียร วิเชียรสาร

Social Media : อ.จิรพงษ์
Blog : Kruji.wordpress.com Facebook Youtube Twitter Flickr
Scribd Slideshare SkyDrive Google Doc Google Analytics
Hotmail Gmail Smeducation

  << กระดานถาม ตอบ / Webboard >>
วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) คืออะไร
โดย : นพ. ธีรพร สุทธิตันตยาภรณ์   เมื่อวันที่ : ศุกร์ ที่ 19 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560   


วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) คืออะไร

 
 www.honestdocs.co/tuberculosis
 
www.honestdocs.co

วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อทางอากาศ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า ไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium Tuberculosis) โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคมักไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ตัวโรคจะดำเนินต่อไป โดยแบ่งเป็นสามระยะ ได้แก่

  • การติดเชื้อระยะแรก (Primary TB Infection)
  • การติดเชื้อระยะแฝง (Latent TB Infection)
  • ระยะแสดงอาการหรือระยะกำเริบ (Active Disease)

ผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะแฝง (Latent TB Infection) ในระยะนี้จะยังมีเชื้อวัณโรคอยู่ในร่างกาย แต่ตัวเชื้อจะอยู่นิ่ง ไม่ทำปฏิกิริยาใด ๆ กับร่างกาย ผู้ที่ติดเชื้อในระยะนี้จึงไม่มีอาการใด ๆ และจะไม่แพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อในระยะแฝงนั้นอาจเปลี่ยนเป็นระยะกำเริบ (Active Disease) ได้ในหลายกรณี เช่น คนที่เพิ่งได้รับเชื้อวัณโรคมาไม่เกินสองปีมักเป็นการติดเชื้อระยะกำเริบ นอกจากนี้คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่กำลังรับประทานยากดภูมิ หรือกำลังล้างไตอยู่) ก็มีโอกาสที่เชื้อวัณโรคจะกำเริบได้ง่ายเช่นกัน

ถึงแม้ว่าวิธีการรักษาวัณโรคในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพสูง แต่หลายครั้งที่การติดเชื้อวัณโรคอาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ กรมควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ได้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อวัณโรคมากกว่า 1 ล้านคนต่อปีทั่วโลก

นอกจากเชื้อ ไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium Tuberculosis) แล้ว วัณโรคอาจเกิดได้จากเชื้อแบคทีเรียอีกสายพันธุ์ ชื่อว่า ไมโคแบคทีเรียม โบวิส (Mycobacterium Bovis) เชื้อนี้พบได้ในสัตว์บางชนิด ด้วยเหตุนี้ เด็กที่ดื่มนมวัวที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจติดเชื้อวัณโรคสายพันธุ์นี้ได้ อย่างไรก็ตาม ในประเทศพัฒนาที่แล้ว วัวทุกตัวจะถูกตรวจสอบว่าติดเชื้อวัณโรคหรือไม่ และนมส่วนใหญ่ก็ได้รับการฆ่าเชื้อแล้วเช่นกัน

จำนวนผู้ติดเชื้อวัณโรคในทวีปต่าง ๆ

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1800 เป็นต้นมาการติดเชื้อวัณโรคเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อยาสเตรปโตมัยซิน (Streptomycin) ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายหลังจากถูกคิดค้นขึ้นในปีค.ศ.1940  พบว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงมาก

ในปัจจุบัน การติดเชื้อวัณโรคสามารถพบได้มากที่สุดในทวีปแอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก

จากการเก็บสถิติของกรมควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกาในปี 2013 พบว่า

  • หนึ่งในสามของประชากรโลกติดเชื้อวัณโรค
  • มีประชากร 9 ล้านคนทั่วโลกป่วยจากการติดเชื้อวัณโรค
  • มีประชากร 1.5 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากการติดเชื้อวัณโรค
  • ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเสียชีวิตมากที่สุดจากการติดเชื้อวัณโรค

การแพร่กระจายของวัณโรค

เชื้อวัณโรคสามารถติดต่อทางการหายใจ หมายความว่า เชื้อวัณโรคสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ โดยเกิดจากการที่ผู้ติดเชื้อวัณโรคในระยะกำเริบ ไอ จาม หรือพูด ทำให้มีละอองฝอยเล็ก ๆ ที่มีเชื้อ ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium Tuberculosis) แฝงอยู่ลอยมาในอากาศ เชื้อนี้สามารถลอยอยู่ในอากาศได้หลายชั่วโมง และผู้ที่สูดอากาศส่วนนี้เข้าไปก็จะได้รับเชื้อวัณโรค ผู้ป่วยวัณโรคในระยะกำเริบที่พบในประเทศสหรัฐอเมริกา มักเป็นผู้ป่วยที่ย้ายมาจากประเทศอื่นที่เป็นแหล่งวัณโรคชุกชุม

อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่หายใจรับเชื้อวัณโรคจะต้องป่วยเป็นวัณโรคทุกคน โดยทั่วไปเมื่อร่างกายรับเชื้อวัณโรคแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกำจัดเชื้อวัณโรคไปได้จนหมด แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เชื้อวัณโรคจะแฝงอยู่ในร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ  เรียกว่าเป็นการติดเชื้อระยะแฝง

ปัจจัยเสี่ยงการเป็นวัณโรค

เมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลที่ติดเชื้อวัณโรคระยะกำเริบ หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจากสาเหตุต่าง ๆ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อวัณโรคทั้งสิ้น

ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่พบได้ มีดังนี้

  • ความยากจน
  • การติดเชื้อเอชไอวี
  • การเป็นบุคคลเร่ร่อน
  • การต้องโทษจำคุก
  • การใช้สารเสพติด

สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ นอกเหนือจากการติดเชื้อเอชไอวี เช่น การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ผู้ป่วยที่กำลังล้างไตอยู่ ผู้ป่วยที่เคยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะและกำลังรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอยู่ เป็นต้น

การป้องกันวัณโรค

เพื่อป้องกันไม่ให้วัณโรคแพร่กระจายในสถานพยาบาล กรมควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกาจึงได้ออกหลักเกณฑ์ให้ตรวจคัดกรองหาเชื้อวัณโรคในบุคลากรการแพทย์ทุกคน โดยตรวจตั้งแต่ก่อนรับเข้าทำงาน และตรวจติดตามต่อเนื่องทุกปี

นอกจากสถานพยาบาลแล้ว ที่พักอาศัยบางแห่งก็มีการตรวจหาเชื้อวัณโรค เช่น บ้านพักคนชรา สมาชิกที่จะย้ายเข้ามาใหม่ทุกรายต้องได้รับการตรวจหาเชื้อวัณโรค

การถ่ายภาพรังสีทรวงอกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการตรวจหาวัณโรคระยะกำเริบ นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการอื่น ๆ ที่ป้องกันไม่ให้เชื้อวัณโรคแพร่กระจายได้ เช่น 

  • ทำให้อากาศในอาคารถ่ายเทสะดวก เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในอาคาร
  • ติดตั้งแสงอัลตราไวโอเล็ตในบริเวณที่บุคคลซึ่งอาจมีเชื้อวัณโรคอยู่รวมกัน เพื่อฆ่าเชื้อวัณโรคในอากาศ
  • รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อวัณโรคในระยะแฝงให้หายขาด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการติดเชื้อในระยะกำเริบ

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อวัณโรค

ในประเทศที่พบผู้ติดเชื้อวัณโรคมากมักจะใช้วัคซีน BacilleCalmette-Guerin หรือ บีซีจี (BCG) เพื่อป้องกันการติดเชื้อวัณโรคชนิดรุนแรง เช่น การติดเชื้อวัณโรคที่เยื่อหุ้มสมอง แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกามักจะไม่ใช้วัคซีนชนิดนี้แต่จะป้องกันโดยรักษาวัณโรคระยะแฝงด้วยยาไอโซไนอะซิด (Isoniazid) แทน เพราะพบว่าการรักษาด้วยยาสามารถป้องกันการแพร่กระจายโรคได้ดีกว่า และการฉีดวัคซีนบีซีจีไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อวัณโรคได้ดีเท่าที่ควร



เข้าชม : 613




 

Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :

CAISTUDIO.INFO คลังสื่อ CAI
  <a href="http://www.caistudio.info" target="_blank" ><img src="http://www.caistudio.info/images/banner/link_caistudio.gif" alt="CAISTUDIO.INFO คลังสื่อ CAI" border="0"></a>
 

ต้องการติด Banner เพื่อ Link มายังเว็บของเรา
คัดลอก Code ด้านซ้ายมือ ไปวางที่เว็บของท่าน
ต้องการ Banner แบบอื่น คลิกที่นี่

  Powered by : PHP | Mysql | MAXSITE 1.10 | Design by : JP_Graphic [E-mail : webmaster@caistudio.info]